type2a

"เราจะมาดูการทดลองกัน.." ในทีวีบรรยาย

"น่าแปลกม่า?" หนูมิงโมพูด

"อะไรแปลก" เพื่อนหนูมิงโมพูดขณะกำลังกินข้าวคลุกปลานูติลอสอยู่

หนูมิงโม: "ก็ทีวีน่ะ เราเปิดทีไรก็ตรงเวลาที่เขาเริ่มเป๊ะทุกทีเลยล่ะ ทั้ง ๆ ที่โอกาสที่จะเป็นงี้มีน้อยมาก"

เพื่อนหนูมิงโม: "เรื่องไหน ๆ ก็เป็นงี้ทั้งนั้นแหล่ะ คิดมากไปเอง"

หนูมิงโม: " 'เพื่อความสะดวกของคนดู' ก็เป็นเหตุผลที่เพียงพอแล้วสินะ"

ในทีวีก็บรรยายต่อ: "เราจะทดลองว่า เมื่อเอาเนื้อลามา 2 ขีด มาตากแห้ง 1 วัน และเอาไปเหวี่ยงรอบ ๆ สนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีพลังงาน 100 เม็กกะอีเล็คตรอนโวต์ เป็นเวลา 1 ชม. เสร็จแล้วนำมาทำพิธีสวดบทอหิงสา ผลจะเป็นเช่นไร"

หนูมิงโม: "น่าสงสัยด้วยรึ?"

เพื่อนหนูมิงโม: "ก็นั่นน่ะสิ แต่ละอย่างไม่เห็นจะเกี่ยวกันเลย"

ทีวี: "เราพักชมโฆษณากันก่อนนะครับ แล้วค่อยมาดูผล"

หนูมิงโม: "..."

เพื่อนหนูมิงโม "..."

ทีวี(โฆษณา): "ลูกท่านเบื่อของเล่นเดิม ๆ กันแล้วใช่ม่า? ลองนี่ดีกว่า เครื่องเร่งอนุภาครุ่นใหม่ สามารถเร่งได้ถึง 1 เทราอีเล็คตรอนโวต์ ทำให้ลูกท่านพบกับคว๊ากที่น่าตื่นตาตื่นใจ ถ้าซื้อภายใน 10 นาทีนี้ เราแถมนาฬิกาซีเซี่ยม 1 เรือนฟรีทันที (คำเตือน: ไม่ควรวางทีเอ็กไว้ไกล้ ๆ กับเครื่องเร่งอนุภาคขณะทำงาน)"

หนูมิงโม: "..."

เพื่อนหนูมิงโม: "..."

ทีวี(โฆษณา): "เอ็นเจ อยากให้เด็กไทยกินผัก เพื่อยอดขายที่เพิ่มขึ้นของเอ็นเจนั่นเอง"

หนูมิงโม: "..."

เพื่อนหนูมิงโม: "..."

ทีวี(โฆษณา): "อินเตอร์เน็ตพีเอสบล๊อคอินโด อินเตอร์เน็ตปลอดไวรัส เพราะไวรัสมันมากับเว็บไซต์ที่เราเข้าต่างหากล่ะ เหอ ๆ ๆ"

หนูมิงโม: "..."

เพื่อนหนูมิงโม: "..."

ทีวี: "เรามาดูผลการทดลองกันเลยดีกว่า"

แล้วในทีวีก็ฉายภาพการทดลองบางส่วน เมื่อทำการทดลองเสร็จก็เปิดฝาออกมา ก็พบว่า..

ทีวี: "มะ.. ไม่น่าเชื่อ.. เนื้อลามากลายเป็นเจ้ากระต่ายน้อยไปได้.."

2คน: "จริงง่ะ!?"

ทีวี: "เราล้อกันเล่นน่อ หนุก ๆ ขำ ๆ ตอนนี้ท่านผู้ชมคงหัวเราะกันอยู่ใช่ม่า"

2คน: "เป็นงี้อีกแล้วอ่า"

หนูมิงโม: "เปลี่ยนช่องอื่นเหอะ โลกนี้มีแต่การโกหกอ่ะ"

เพื่อนหนูมิงโม: "แล้วก็จบตอนอีกใช่ม่า ตอนต่อไปก็มาแนวเดิมอีกล่ะสิ เล่นง่ายจัง"

หนูมิงโม: "อืม.. ถ้าเป็นงั้นก็แย่ งั้นเราทำอย่างอื่นดีกว่า"

เพื่อนหนูมิงโม: "อะไรดีล่ะ"

หนูมิงโม: "เราไปสวนสนุกกันเถอะ หนูมิงโมเพิ่งได้บัตรรถไฟเหาะมา"

เพื่อนหนูมิงโม: "แต่เราไม่มีบัตร"

หนูมิงโม: "ไม่ไงหรอก ไปถึงคงมีให้เองแหล่ะ"

เพื่อนหนูมิงโม: "งั้นก็ไปกัน"

แล้วทั้ง 2 คนก็เดินทางไปสวนสนุก

ณ.สวนสนุก หนูมิงโมและเพื่อนหนูมิงโมก็กำลังเดินชมสิ่งต่าง ๆ อยู่

หนูมิงโม: "วันนี้คนก็มีจำนวนเยอะตามปกติ"

เพื่อนหนูมิงโม: "ไม่มากไม่น้อยสินะ"

หนูมิงโม: "ใช่. แล้ววันนี้ก็ไม่มีการจัดงานอะไรพิเศษที่นี่ด้วย"

เพื่อนหนูมิงโม: "เป็นวันธรรมดา ๆ สินะ"

หนูมิงโม: "เป็นวันทั่ว ๆ ไป ปกติมาก ๆ เลยล่ะ"

เพื่อนหนูมิงโม: "สิ่งพิเศษอะไรซักนิดก็ไม่มีเลยในวันนี้"

หนูมิงโม: "วันธรรมดาจริง ๆ"

แล้วก็มีเสียงนึงดังมา "คิดว่างั้นรึ!!"

ทั้ง 2 คน: "อะไร?"

เสียงนั้น: "ถ้าคิดอย่างงั้นล่ะก็ วันนี้ก็จะเป็นวันธรรมดาที่ปกติ.. แต่จริง ๆ แล้วน่ะ วันนี้เนี่ยนะ.."

2 คน: "วันนี้เป็นวันไม่ปกติรึ!?"

เสียงนั้น: "เปล่า.. จริง ๆ แล้ววันนี้ก็เป็นวันปกติธรรมดาแหล่ะ แต่ถ้าจะว่ากันตามตรงเนี่ยนะ วันนี้น่ะ.."

2 คน: "..."

เสียงนั้น: "วันนี้จะเป็นวันที่คนจำนวน 10000 คนจะต้องจดจำไปชั่วชีวิต โดยอนุญาตให้ลืมได้ชั่วคราว ตอนที่เจอกับอาหารจานโปรด และตอนได้พบกับเสือที่หลุดออกมาจากกรง"

หนูมิงโม: "จำกัดกันเกินไปนะ ชีวิตคนเราไม่ควรยึดติดแค่เรื่อง ๆ เดียวน่ะ ว่าแต่ว่า มันคือเรื่องอะไรรือ?"

เสียงนั้น: "รู้จักความไม่แน่นอนของกระแสความผันผวนที่มาจากการแกว่งกวัดของลูกตุ้มเหล็ก ณ. เวลาที่ 1.245 นับจากการกำเนิดของดาวแคระขาวไม๊?"

หนูมิงโม: "รู้บ้างเหมือนกันง่ะค่ะ"

เสียงนั้น: "นั่นคือสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกันโดยสมบูรณ์เลยล่ะ ดังนั้นถ้าจะตัดสิ่งที่ไม่น่าจะเป็นออกไปก็ควรตัดเรื่องนี้ไปก่อน"

หนูมิงโม: "..."

เพื่อนหนูมิงโม: "เรารู้สึกว่าชีวิตเรายุ่งยากขึ้นมากพอสมควร หลังจากได้พบเหตุการณ์นี้"

แล้วก็มีอีกเสียงนึงพูดขึ้น: "จะอู้งานไปถึงไหน ไปทำงานต่อได้แล้ว"

เสียงนั้น: "โถ่! ไง ๆ ก็ต้องทำล่วงเวลา เอาเวลานั้นมากลบละกัน"

อีกเสียง: "ไม่ได้.. ความได้เปรียบต้องตกอยู่กับนายจ้าง ความเสียเปรียบลูกจ้างต้องได้ไป เป็นสิ่งปกติไม่ใช่รึ"

เสียงนั้น: "เราลืมไปได้ไงเนี่ย! งั้นไปทำงานต่อล่ะกัน.."

แล้วเสียงก็เงียบหายไป..

หนูมิงโม: "ก็เลยไม่รู้กันเลย คงเป็นปริศนากันต่อไปอ่ะ"

เพื่อนหนูมิงโม: "อือ.. แต่ถ้าเราเดินดูสิ่งต่าง ๆ จะทำให้ลืม ๆ ไปได้ง่ายขึ้นง่ะนะ"

แล้วทั้ง 2 คนก็เดินไปที่อื่นกันต่อ

ทั้ง 2 คนเดินเที่ยวไปยังเครื่องเล่นต่าง ๆ และเข้าแวะร้านค้าต่าง ๆ มากมายจนเป็นที่พอใจกันยิ่งนัก

หนูมิงโม: "ถึงไฮไลท์แล้วสินะ.."

เพื่อนหนูมิงโม: "อย่าบอกนะว่า.."

หนูมิงโม: "เราไปเล่นรถไฟเหาะกันเห่อะ"

เพื่อนหนูมิงโม: "นั่นไงล่ะ.."

เพื่อนหนูมิงโม: "คือมันโลดโผนเกินไปอ่ะ เวียนหัวด้วย"

หนูมิงโม: "รอบเดียวเอง แป๊บเดียว"

เพื่อนหนูมิงโม: "เราไม่มีตั๋ว"

หนูมิงโม: "ไม่ไงหรอก ที่แล้ว ๆ มาก็ยังมีวิธีได้ตั๋วมาเลย เพราะงั้นเราไปกันเถอะ"

2 คนก็ไปที่หน้าเครื่องเล่น

พนักงาน: "2 ที่สินะ"

หนูมิงโม: "อีกคนไม่มีตั๋วง่ะค่ะ"

พนักงาน: "อืม~ อยากเล่นม่า ถ้าอยากเล่นเรามีอะไรให้ช่วย"

2 คน: "อะไรเหรอ"

พนักงาน: "ตามหาตัวหมีโคอาล่าให้หน่อยสิ 2ตัวพ่อลูก"

หนูมิงโม: "ใช่ 2ตัวที่อยู่ต้นไม้ต้นโน้นไม๊คะ"

หนูมิงโมก็ชี้ไปที่ต้นไม้ด้านหลังรถเข็นขายน้ำที่อยู่ข้างทางเดินรูปผีเสื้อนั่นเอง (ก็มันตรงไหนกันเล่า!)

พนักงาน: "อ้อ! อยู่ตรงนั้นนั่นเอง ขอบคุณมาก เชิญเข้าไปเล่นรถไฟเหาะกันได้"

แล้วทั้ง2คนก็เดินเข้าไปเล่นรถไฟเหาะกัน